วิธีซักผ้าม่าน ง่ายๆ

การถอกซักผ้าม่าน

วิธีซักผ้าม่าน

ผ้าม่าน หลังจากการติดตั้งไปแล้ว จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาตามขั้นตอนและระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากผ้าม่านนอกจากใช้ประโยชน์ในเรื่องของการ กันแสง กันแดดแล้วนั้น ผ้าม่านก็ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่งที่ใช้ในการตกแต่งบ้านหรือที่พักอาศัยที่เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งก็ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามวิธีและตามระยะเวลาที่กำหนด ผ้าม่านอาจต่างจากสิ่งของอย่างอื่นทั่วไป เพราะว่าขณะที่ฝุ่นเกาะหรือเกิดความสกปรกจากสาเหตุใดๆ ฝุ่น ผง หยากไย่ หรือจากความชื้น ไม่ว่าจะเป็น ไอฝนหรือไอน้ำค้าง เราเองไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งเหล่านั้นจะค่อยๆสะสมทุกวัน ถ้าลองเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น รอบๆตัวเรา เช่นพื้นบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ถ้าไม่ทำความสะอาดสัก 1 อาทิตย์จะเป็นอย่างไร แน่นอนเราจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนนั้นคือ ฝุ่นผง หรือคาบ ทีเกาะติดกับผิวนั้นๆ

 

ผ้าม่านสกปรกแต่มองไม่เห็น

ผ้าม่านนั้นจะต่างจากสิ่งทั่วไป เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา เป็นเรื่องที่เราอาจมองข้าม บางบ้านเป็นปีๆไม่มีโอกาสได้ทำความสะอาด ลองคิดดูว่าจะเป็นเช่นไร ในส่วนของผ้าม่านจะสะสมความสกปรกไว้แค่ไหน ตรงนี้เราหลายคนคงอาจมองไม่เห็นถึงความสกปรกดังกล่าวได้ชัดเจนนัก เพราะคำว่า”อมฝุ่น”ที่เราได้ยินอยู่เป็นประจำนั้นคือสาเหตุ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าไม่ทำความสะอาด สิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร แน่นอนความสกปรกเหล่านั้นก็จะค่อยๆสะสมทวีคูณ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันๆ จนอาจกลายเป็นแหล่งเพราะพันธ์เชื้อโรคก็เป็นได้

wash curtain
การถอดและการรีดผ้าม่าน

ผ้าม่านสกปรกจะทำให้อายุการใช้งานสั้น

นอกจากสะสมสิ่งสกปรกแล้ว ผ้าม่านในแง่ของอายุการใช้งาน ก็จะสั้นลงไปด้วย เพราะว่าสิ่งสกปรกหรือฝุ่นผงต่างๆที่ฝังตัวนั้นจะเป็นตัวทำลาย ทำให้ผ้าม่านเกิดความเสียหายเร็วกว่าปกติได้ เราไม่อาจสังเกตุถึงความผิดปรกตินั้น แต่พอนานๆหลายปีเข้า โครงสร้างหรือเส้นใยของผ้าม่านนั้นจะค่อยๆถูกทำลาย จากฝุ่นผงหรือความสกปรก และเมื่อนำไปซักผ้าม่านอาจจะเปื่อยหยุ่ย ชำรุดและเสียหายไปก็เป็นได้ บางคนอยากซักแต่ไม่รู้วิธี ไม่แน่ใจว่าจะซักได้หรือไม่ 

อยากซักแต่เริ่มต้นไม่ถูก

หลายคนอยากซักผ้าม่าน แต่อาจยังไม่เข้าใจ ร้านผ้าม่านซีเอ.เดคคอร์ ขอแนะนำวิธีการซักผ้าม่าน สำหรับท่านที่ต้องการซักผ้าม่านเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก ประหยัดค่าใช้จ่าย กรณีเรียกร้านผ้าม่าน ซึ่งนอกจากเสียค่าใช้จ่ายในการซักแล้ว ยังต้องเสียในเรื่องของค่าบริการในการมาถอดและนำกลับมาแขวนเข้าที่ การซักผ้าม่านสามารถซักด้วยตนเองได้ โดยทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และประหยัดไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายในการให้ร้านผ้าม่านหรือร้านรับซักผ้า

เครื่องซักผ้า
เครื่องซักผ้า ฝาหน้าและฝาบน

การเตรียมความพร้อม

ด้วยผ้าม่านผ้าม่านเป็นผ้าชิ้นใหญ่ การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ เครื่องซักและอุปกรณ์ และวิธีการ ต้องเตรียมความพร้อมเผื่อไว้ เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดในระหว่างการซัก ซึ่งม่านแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน มีอุปกรณ์ไม่เหมือนกัน การประกอบก็จะแตกต่างกันไปด้วย การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆอาจไม่เหมือนกัน ในที่นี้จะขอพูดถึงวิธีการซักผ้าม่านแบบเครื่องซักผ้า ขออธิบายในเรื่องการเตรียมความพ้อมเป็นข้อๆดังนี้

    1. ดูสภาพของผ้าม่านกับความเหมาะสมกับระยะเวลา
    2. เตรียมผ้าม่าน กำหนดชุดที่ต้องซักก่อน ซักหลัง ตามขนาดและความเหมาะสมของเครื่องซักหรือดูตามความสามารถของเครื่องซัก
    3. ภาชนะใส่อุปกรณ์ เช่น ตะขอ ห่วงตาไก่ โซ่ สายรวบม่านและอื่นๆ เพื่อไม่กระจัดกระจาย อาจตกหล่นหรือศูนย์หายถ้าไม่ระวัง
    4. ภาชนะใส่ผ้า ตะกร้า การะมัง ต้องให้ได้สัดส่วนของผ้าม่าน ตัองใบใหญ่พิเศษ
    5. อุปกรณ์ น้ำยาซัก หรือเกี่ยวข้อง 
    6. สถานที่ตากและรีด

การถอดผ้าม่านออกจากรางหรือราวม่าน

    1. ทำตำหนิผ้า ระหว่างผ้าม่านกับรางม่าน เพื่อไม่ให้สลับชิ้น สลับชุด ผิดตำแหน่งเมื่อนำกลับมาแขวนที่เดิมหลังซักเสร็จ 
    2. ปลดม่านออกจากราง ตามที่กำหนดไว้เบื้องต้น ม่านแต่ละแบบมีวิธีการไม่เหมือนกัน
    3. ถอดแค่พอซักไหว เพราะผ้าม่านนั้นค่อนข้างชิ้นใหญ่มีน้ำหนัก ถ้าซักครั้งละหลายชุดอาจจะหนักเกินไป เนื่องจากต้องใช้เวลาและแรงกายพอสมควร
    4. ถอดอุปกรณ์ที่ติดมากับตัวผ้า หลังจากปลดลงมาแล้วให้นำผ้าม่านมาถอด อุปกรณ์ เช่น ตะขอ ตาไก่ โซ่ถ่วง รวมทั้งชายครุย หรืออื่นๆถ้ามี โซ่ถ่วงหรืออุปกรณ์ที่ติดมากับตัวผ้าม่าน โซ่ถ่วงที่ใช้ถ่วงม่านนั้นปลายสองข้างจะเย็บติดกับผ้าม่าน ให้เราใช้ใบคัตเตอร์หรือกรรไกรเล็กๆค่อยๆตัดเส้นด้ายตรงส่วนปลายล่างสุด ทั้งซ้าย-ขวาโดยค่อยๆเลาะออกระวังอย่าให้โดนผ้า ให้ตัดเส้นด้ายระยะประมาณ 1 ซม.ผ้าที่คล้องหัวโซ่จะหลุดออก และทำอย่างเดียวกันกับอีกด้าน ควรทำเครื่องหมายไว้ว่าโซ่ชิ้นนี้เป็นของผ้าม่านชิ้นนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาตอนนำกลับมาใส่ภายหลัง
    5. ซักน้ำเปล่าด้วยมือ หลังจากถอดอุปกรณ์ออกหมดแล้ว นำไปซักน้ำเปล่าในภาชนะที่เตรียมไว้อย่างน้อย 2 น้ำ เพื่อให้ฝุ่นที่ยังไม่ฝังแน่นออกไปก่อน น้ำแรกจะเห็นว่าน้ำนั้นดำมาก และต่อมาทำตามขั้นตอนเดียวกันด้วยน้ำที่สอง ความดำของน้ำที่เกิดจากฝุ่นก็จะลดลง
    6. ซักมือด้วยผงซักฝอกก่อนหนึ่งน้ำ ถ้าผ้าสกปรกหรือมีฝุ่นฝังแน่นมาก ควรซักด้วยผงซักฟอกก่อน เป็นการซักไล่ฝุ่นที่เกาะค้างออกให้มากที่สุด
    7. นำเข้าเครื่องซัก ถ้ามองความเหมาะสมสกปรกมาก ควรแช่ทิ้งไว้ ให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกอ่อนตัวตามสภาพหรืออย่างน้อย 30 นาทีหรือมากกว่านั้น
    8. ใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มในช่องของเครื่องซักผ้า ขณะเครื่องเริ่มทำงานให้ใส่น้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วยต่อผ้าม่านประมาณ 7-9 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสกปรกของผ้าม่าน
    9. ในกรณีผ้าม่านเป็นคราบเชื้อรา หรือรอยคราบน้ำจากละอองฝน ให้ใส่เกลือลงไปด้วยประมาณครึ่งถ้วย จะช่วยขจัดคราบเพิ่มขึ้น สำหรับคราบที่ฝังแน่นที่สะสมเป็นเวลานาน อาจต้องใช้สเปรย์หรือน้ำยาจัดคราบช่วยอีกทางหนึ่ง
    10. ข้ามข้อ 5-10 ถ้าผ้าม่านปรกติ ไม่มีฝุ่นหรือคาบสกปรกมาก ให้ข้ามขั้นตอน ข้อที่ 5-10 ได้เลย
    11. ตั้งโปรแกรมซักผ้าหนา ควรตั้งโปรแกรมซักผ้าหนา และตั้งให้เครื่องล้างน้ำ 2 ครั้ง (ไม่ควรซักน้ำร้อน เพราะอาจทำผ้าม่านบางชนิดเสียหายได้) ถ้าผ้าม่านชิ้นใหญ่ให้ใส่ผ้าขนหนู 2-3 ผืนที่ไม่ใช้แล้ว (ผ้าขนหนูจะช่วยดูดสิ่งสกปรกจากผ้าม่าน ปรับความสมดุลของเครื่องซักผ้าและยังช่วยรักษาผ้าม่านไม่ให้เกิดความเสียหาย และสามารถนำกลับมาใช้ได้ทุกครั้งที่ซัก)
    12. ทำควรมสะอาดรางม่าน ช่วงที่ซักม่าน ควรกลังไปทำความสะอาดรางม่าน ซอกมุม ชิ้นส่วน และบริเวณรอบๆ รางม่า เพื่อเตรียมพร้อมให้การนำม่านกลับมาแขวน
    13. ซักเสร็จ หลังจากเครื่องปั่นหมาดแล้ว เสร็จสิ้นการซัก ให้รีบนำออกจากเครื่องทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้ นำมาใส่ตะขอม่าน หรือตาไก่ ไม่ต้องใส่โซ่ถ่วง รีบนำไปแขวนที่รางม่านเดิมที่ถอดมา จัดจีบม่านให้เข้าที่ตามเดิมเหมือนก่อนถอด (ทั้งนี้การแขวนม่านทันทีหลังซักเสร็จจะทำให้ผ้าม่านไม่ยับ ผ้าบางชนิดไม่จำเป็นต้องรีดเลยก็เป็นได้)
    14. รูดปิดม่านให้ทุกส่วนสัมผัสอากาศ เปิดประดู-หน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่นานผ้าม่านก็จะแห้ง และกลับมาใหม่เหมือนเดิม
    15. นำโซ่ถ่วงมาใส่เข้าที่จุดเดิม และใช้เข็มสอยปิดหัวปิดท้าย ความจริงผ้าม่านไม่จำเป็นต้องใส่โซ่ถ่วงก็ได้ ถ้าผ้านั้นมีน้ำหนักพอ ให้สังเกตุดูว่าในขณะไม่ใส่โซ่ผ้าม่านเป็นอย่างไร ถ้าใส่จะดีกว่าเดิมหรือไม่ โซ่ไม่มีผลต่อผ้าม่านมากนัก ลองเปรียบเทียบดูก่อน แค่นี้ก็เป็นการเสร็จสิ้นการซักผ้าม่านเรียบร้อยครับ

หมายเหตุ ผ้าม่านบางชนิดอาจมีวิธีการดูแลรักษาเฉพาะ ควรดูข้อมูลการดูแลรักษาที่ตัวอย่างผ้าตอนที่ท่านตัดสินใจสั่งผ้าม่าน จะมีรายละเอียดบอกไว้ที่ด้านหลังตัวอย่างผ้าครับ

Tel : 02-432-6693 , 02-432-6697
Mobile : 080-045-3939
Line : @ca99 หรือ c889

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น