เกี่ยวกับผ้าม่านลอน
เจาะลึกม่านลอน มีรายละเอียดอะไรบ้างที่น่าสนใจ และทำไมมันถึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่มัณฑนากรแนะนำให้เจ้าของบ้านยุคใหม่เลือกใช้!
ผ้าม่านลอนมีลักษณะคล้ายผ้าม่านจีบ แต่แทนที่จะเย็บหัวผ้าม่านเป็นจีบๆ ตัวผ้าจะถูกปล่อยให้โค้งเป็น “ลอนคลื่น” อย่างเป็นอิสระตั้งแต่ด้านบนลงมาถึงชายผ้า ทำให้ดูสบายตาและมีความเป็นโมเดิร์นสูงมาก
- ความเป็นระเบียบที่สมบูรณ์แบบ: ตัวรางจะมีอุปกรณ์ประคองระยะ ทำให้ลอนม่านเท่ากันทุกตัว ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดม่าน
- ความประหยัดพื้นที่: เมื่อรูดเก็บ ม่านลอนจะพับตัวเข้าหากันได้แคบกว่าม่านตาไก่ ทำให้ไม่บังทัศนียภาพของหน้าต่าง
- ความสวยงามไร้ที่ติ: ไม่มีหัวจีบหรือห่วงม่านโผล่มาให้เห็น (หากเลือกติดตั้งแบบซ่อนราง) ทำให้ภาพรวมของห้องดูสะอาดตา
- รางม่าน (Track): มีทั้งแบบรางตัวเอ็ม (M-Rail) และรางโรงพยาบาล ซึ่งภายในจะมีสาย “ไข่ปลา” หรือตัวล็อคระยะลอนไว้
- เทปม่านลอน (Wave Tape): เป็นแถบผ้าด้านบนที่ช่วยพยุงให้ผ้าทิ้งตัวเป็นลอนสวย ไม่ยุบตัว
- ระยะลอน: คุณสามารถเลือกลอนลึกหรือลอนตื้นได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ (มาตรฐานมักอยู่ที่ระยะ 6-8 ซม.)
- เพื่อให้ลอนทิ้งตัวสวยเหมือนในนิตยสาร การเลือกเนื้อผ้าสำคัญมากครับ:
- ผ้าที่มีน้ำหนัก: เช่น ผ้ากันแสง (Blackout) หรือผ้าใยสังเคราะห์ที่มีความทิ้งตัวดี จะทำให้ลอนดูอิ่มและไม่บานออก
- ผ้าโปร่ง (Sheer): นิยมทำเป็นม่านลอนซ้อนด้านใน ช่วยกรองแสงให้ดูละมุนและเพิ่มมิติให้กับห้อง
-
การติดฝังฝ้า (Curtain Box): หากมีกล่องม่านหรือหลุมฝ้า การใช้ม่านลอนจะสวยที่สุด เพราะจะเห็นเพียงลอนผ้าที่ไหลออกมาจากฝ้าโดยไม่เห็นอุปกรณ์ราง
-
ระยะห่างจากผนัง: เนื่องจากลอนม่านมีความโค้ง ควรเว้นระยะติดตั้งจากผนังหรือหน้าต่างประมาณ 10-15 ซม. เพื่อไม่ให้ลอนผ้าไปเบียดกับผนังจนเสียทรง
Tip
หากคุณต้องการให้ห้องดูเพดานสูงขึ้น แนะนำให้ติดตั้งม่านลอนแบบ “ติดฝ้า” และปล่อยชายผ้าให้ห่างจากพื้นเพียง 1-2 ซม. วิธีนี้จะช่วยลวงตาให้ห้องดูโปร่งและโอ่โถงขึ้นอย่างชัดเจนครับ
รางม่านลอน







